หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
55290 ครั้ง

ลัทธิทางศิลปะ 1



ลัทธิทางศิลปะ

1. ลัทธินีโอคลาสสิค (Neo-Classic)(ค.ศ.1800) ลัทธินี้ ศิลปินเกิดหวนกลับไปมีค่านิยมการสร้างผลงานแบบกรีกและโรมันอีกครั้ง   ซึ่งศิลปินเหล่านี้ชอบความเรียบร้อยและเคร่งครัดในศิลปะแบบโบราณ  ลักษณะผลงานของลัทธินีโอคลาสสิค คือ มักเป็นภาพที่มีระยะใกล้ กลาง ไกล หรือที่เรียกว่า Perspective   ฉากหลังรูปวาดส่วนใหญ่มักมีอาคาร หรือ เสา ของกรีกหรือโรมัน  มักใช้สีมืดๆเป็นระยะ  เน้นหนักไปทางสีน้ำตาล ดำ เขียวและขาว   ศิลปะแบบนีโอคลาสสิครุ่งเรืองอยู่ได้เพราะได้รับการส่งเสริมจากระบอบปฏิวัติของพระเจ้านโปเลียน   พวกที่ปฏิวัติเองก็ชอบส่งเสริมให้มีการดำรงชีพที่เคร่งครัดแบบกรีกและโรมัน  ศิลปินที่มีชื่อเสียงคือ เดวิด(David)(ค.ศ. 1748 – 1825)  เป็นศิลปินชาวฝรั่งเศส  ผลงานของเขามักเป็นการวาดภาพที่แสดงถึงความกล้าหาญของวีรบุรุษ   เช่น  LE  SERMENT  DES  HORACES , LA MORTDE   MARAT   คนต่อมาคือ แองก์(Ingres) (ค.ศ.1780-1867ผลงานของเขาเป็นแบบคลาสสิคเต็มที่  เขามักวาดภาพคนที่ร่ำรวย หน้าตาโหดเหี้ยมและพอใจในอำนาจเงิน  และภาพวาดหญิงสาวเปลือยของเขานั้นสวยงามมาก    และแองก์ยังได้วาดภาพเกี่ยวกับเทพนิยายโบราณอีกด้วย

ผลงานของเดวิด LA SERMENT DES HORACES

 

 

2. ลัทธิโรแมนติค (Romantic)(เกิดเมื่อ ค.ศ.1820)  ลัทธินี้ เกิดจากศิลปินมีความเบื่อหน่ายความจริงแบบสมัยกรีก โรมัน หรือ ศิลปะแบบคลาสสิค    ศิลปินในกลุ่มนี้จึงชอบสร้างผลงานที่ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติตามกันอยู่ในคติที่ว่า  ผลงานที่ดีจะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้   คือ เลิกใช้ภาพแบบประวัติหรือเทพนิยายกรีกแบบโบราณ  รูปที่วาดจะมีคุณค่าได้จะต้องเหมือนเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หรือ เป็นเรื่องตื่นเต้น  และรูปวาดนั้นจะต้องเป็นเรื่องเหตุการณ์ในยุคกลาง   ชอบแสดงความรู้สึกรุนแรงยุ่งเหยิง    ศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น  เจริโคท์(Gericault)(ค.ศ.1719 - 1824เป็นศิลปินที่ชอบสร้างสรรค์ผลงานที่น่ากลัวและตื่นเต้น  ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น แพเมดูซา   ภาพหญิงชายชาวอัสจิเรีย   ภาพม้ากำลังเผ่นผงาด   ศิลปินคนต่อมา คือ เดราคัว(Deracroux) ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขา   เช่น   ภาพโชแปงซึ่งเป็นนักดนตรีชื่อดัง    ภาพการประหารชีวิตที่แสดงถึงความเหี้ยมโหด    ศิลปินอีกคน คือ โกย่า

(Goya) (ค.ศ. 1746 - 1828) เป็นศิลปินชาวสเปน  ที่มีผลงานเป็นภาพวาดประเภทน่าเกลียด น่ากลัว แสดงถึงความทรมาน  ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น  ภาพการประหารกบฏสเปน  โดยพวกฝรั่งเศส  ภาพคนบ้า  หญิงชราที่น่าเกลียดน่ากลัว  ภาพการฆ่าฟันในสงคราม  ภาพการแทงวัวกระทิง  ภาพมายาแต่งกายและภาพมายาเปลือยกาย

 

 3. ลัทธิเรียลลิสม์ (Realism)(เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1850) ลัทธิ นี้ ศิลปินจะยึดในหลักความเป็นจริงหรือการแสดงความจริง ซึ่งก้าวสู่ความก้าว หน้าของวิทยาศาสตร์ โดยศิลปินมักจะสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นลักษณะเดียว กัน เช่น ชอบวาดภาพคคนจนๆ คนชั้นต่ำ มีการเยาะเย้ยหรือล้อสังคมของคนชั้นกลางที่ร่ำ รวย และศิลปินเกือบทุกคนมีสัญชาติฝรั่งเศส ศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น โดเม(DAUMEI)(ค.ศ. 1808 - 1897เป็น ศิลปินที่มีภาพวาดเป็นที่โดดเด่นและมีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชน มองเห็นอำนาจป่าเถื่อนกดขี่ของทหารหรือตำรวจในเครื่องแบบ ชี้ให้เห็นถึงความ ฟอนเฟะของสังคมหรือความสกปรกของนักการเมือง โดเมได้วาดภาพการ์ตูนล้อเลียน การเมือง หนักจนถึงขนาดเป็นภาพเสียดสีการทำงานของรัฐบาล จนถูกรัฐบาลสั่งจำคุกหลายครั้ง ภาพที่มีชื่อเสียง เช่น ภาพถนนทรองซโนแนง (LA RUE TRANSNONAIN)    ภาพคนถูกยิงตายโดยทหาร ศิลปินอีกคนคือ คัวเบาท์ (Courbet) (ค.ศ.1819 - 1877) เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มเรียลลิสม์ ได้เข้าร่วมกับพวกปฏิวัติฝรั่งเศสโดยใช้การเขียนภาพเยาะเย้ยล้อเลียนคนชั้นสูงกับคนชั้นกลาง มีการวาดภาพล้อเลียนถากถางคนชั้นปกครองระดับผู้นำรัฐบาล เขาจึงถูกคุมขังและต่อมาจึงโดนเนรเทศออกจากฝรั่งเศส ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น ภาพทางเดินเล่นริมแม่น้ำเซนต์(LA PROMENADE AU BORD DE LA SENE)   ภาพภาพการฝังศพที่ออนองส์ (I ENTER EMENT AORNANS) ศิลปินอีกคนคือ มาเนท์ (Manet) (ค.ศ.1822 - 1883) เขาชอบวาดภาพที่แสดงถึงชีวิตธรรมดาของชนทุกชั้น ภาพที่เห็นมักเป็นภาพพวก ร้านกาแฟเล็กๆ การเต้นรำของสามัญชนทั่วไป ภาพนางระบำสเปน และภาพโอลิมเปีย(L’ OLYMPIA) หรือ หญิงเปลือยท่อนบน

 

 4. ลัทธิไอเดียลลิสม์ (IDEALISM) (เกิด เมื่อ ค.ศ.1860) ศิลปินในลัทธิไอเดียลลิสม์ จะมีทัศนคติในการสร้างผลงานดังนี้ คือ แสดงให้เห็นแง่ดีของชีวิต แสดงความคิดนึกฝันหรือความรู้สึก ลัทธินี้ประกอบ กันหลายชนชาติที่มีทัศนคติตรงกัน ศิลปินที่มีชื่อเสียงมาจากหลากหลาย ชาติ เช่น คอร์นีเลียส(Cornelius) ชาวเยอรมัน เขาชอบวาดภาพหญิงสาวโดยใช้เส้นที่อ่อนหวานและใช้สีอ่อนๆ มิลเลซ์ (Millais) ชาวอังกฤษ  เชาชอบวาดภาพโดยเก็บรายละเอียดเสียจนภาพนั้นคล้ายกับภาพถ่าย ภาพที่มีชื่อเสียงคือ ดอกไม้ริมลำธาร      กุสตาฟ  มอโร(Gustave Moreay) ชาวฝรั่งเศส   เขาชอบวาดภาพจากจินตนาการของเขา ภาพที่มีชื่อเสียงคือ ความฝันของซาโลเม (LA VISLON DE SALOME)

LA VISION DE SALOME

 

5. ลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionism) (เกิดเมื่อ ค.ศ.1875) ลัทธินี้  ถือเอาความงามที่ประทับใจเป็นคุณค่า  ศิลปินตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพียงเพื่อแสดงความรู้สึกทางประสาทที่ได้รับจากสิ่งต่างๆ   มองใกล้อาจไม่สวยงาม แต่ถ้ามองไกลก็จะเห็นเป็นรูปร่างสวยงาม  มีการลงสีโดยไม่ต้องอาศัยการร่างก่อนคำนึงถึงเฉพาะเรื่องของแสงสี ต้องอาศัยแสงและเวลา  เช่น เช้า กลางวัน เย็น ศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น  โมเนท์ (Monot) (ค.ศ.1840 - 1926) เขาชอบวาดภาพสิ่งๆหนึ่งซ้ำหลายๆหน บรรยากาศและเวลาแตกต่างกัน   เช่น ภาพวัดคาเทคราลรูอังที่มีเวลาต่างกัน  เช้า กลางวัน เย็น  ภาพสระน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัว(LOTUS NYMPHCAS)

ศิลปินอีกคน คือ เซอร์ราท(Soret) (ค.ศ.1849 - 1891) เขามักวาดภาพโดยใช่พู่กันแต้มสีน้ำมันลงไปเป็นจุดๆ เป็นระยะ เมื่อเวลาดูจะเห็นว่าสีสันต่างๆเกิดการผสมด้วยตาของตนเอง  จนมีการเรียกว่า จุดมหัศจรรย์ของเซอร์ราท  ภาพที่มีชื่อเสียง คือ สวนสาธรณะ

จุดมหัศจรรย์ของดซอร์ราท


6. ลัทธิโพสต์ อิมเพรสชั่นนิสต์(Post Impressionism) (เกิคราวตอนปลายศตวรรษที่ 19)  เป็นลัทธิที่เป็นการนำเสนอผลงานศิลปะแบบสมัยใหม่   มีศิลปินที่สำคัญคือ โกแกง(Cauguin)   แวนโก๊ะ หรือ ฟาน ก๊อก(Van Gogh) และ เซซาน (Cezannc)

ในที่นี้ขอกล่าวถึงแวนโก๊ะเพียงคนเดียว เพราะเขาเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างมาก  ผลงานของเขาได้รับการยกย่องว่า งดงามที่สุดจนไม่มีจิตรกรท่านใดเทียบเคียงได้   แวนโก๊ะเกิดในฮอลันดา  เขาเป็นคนชอบวาดภาพ  ภายหลังย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส  เขาเอาแต่เขียนภาพ  ไม่สนใจตัวเองหรือสิ่งใดเลย แม้กระทั่งสุขภาพของตนเอง  เขาจึงมีสติวิปลาสถึงขนาดเคยตัดหูตนเอง เคยเอาเลือดของคนเองมาวาดรูป    ในปี 1890  เขามีสติฟั่นเฟือนมากขึ้น จึงฆ่าตัวตาย   รูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานของเขามีการลงสีเป็นลายหนาๆ  สีสดฉูดฉาด   ภาพพื้นหลังมีลายหมุนเวียน  และมีการแต้มจุด  ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขามีมากมาย  เช่น  ภาพชาวบ้านฮอลันดา  ภาพตัวเขาเอง   ภาพท้องฟ้ากลางคืนที่มีดาวระยิบระยับ

คืนที่ดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ฝีมือแวนโก๊ะ