หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
50684 ครั้ง

การนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา



องค์ประกอบที่ 5 การนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

 

 

“นำองค์ความรู้ ให้เกิดประโยชน์เป็นวงกว้าง ” การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นำไปบูรณาการวิชาการ บูรณาการแห่งชีวิต นำองค์ความรู้ ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง การขยายองค์ความรู้ เป็นการอาทร เป็นการแบ่งปัน การจินตนาการให้กว้าง จนเห็นเป็นนิมิต การขยายผลการเรียนรู้ สู่แผ่นดิน สู่ประเทศ

การนำไปใช้ในการเรียน การสอนบูรณาการ วิชาวิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

คณิตศาสตร์ ศิลปะ เกษตร สุขศึกษา สังคมศึกษา พุทธศาสนา ฯลฯ การใช้ประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ การขยายพันธุ์ ปลูก เลี้ยง ให้เกิด ผลประโยชน์แก่โรงเรียน

การนำองค์ความรู้ไปสู่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และการนำไปสู่เศรษฐกิจพอเพียง

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินงาน

1. จะเกิดความร่วมมือ ร่วมใจกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง

2. จะเป็นแหล่งข้อมูลพืชพรรณและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กระจายทั่วประเทศ ในเขตการศึกษาต่างๆ

3. เป็นส่วนหนึ่งของสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่ในอนาคตจะเชื่อมต่อกันด้วยระบบข้อมูล

4. นักเรียน เยาวชน จะมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณของท้องถิ่น ตระหนัก เห็นคุณ รู้ค่าของสรรพสิ่ง สรรพชีวิต มีการศึกษา ค้นคว้า อันก่อให้เกิดผู้เชี่ยวชาญระดับท้องถิ่น เกิดองค์ความรู้

5. เมื่อนักเรียน เยาวชนได้ซึมซับเกี่ยวกับพืชพรรณ ใก้ชิดธรรมชาติ ก่อให้เกิดจิตใจที่อ่อนโยน มีสมาธิในการเรียน การทำงาน ผลงาน ผลการเรียนดีขึ้น ซึ่งจะเกิดผลกระทบในด้านต่างๆ

 

การนำสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนบูรณาการในการเรียนการสอน

วิชาคณิตศาสตร์

วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับจำนวนตัวเลข การคำนวณ ทฤษฏีต่างๆ ซึ่งเป็นการหาข้อเท็จจริง เป็นวิชาที่ต้องใช้ความคิดและการจินตนาการ มีความเข้าใจในหลักการและโครงสร้างของคณิตศาสตร์ สามารถคิดอย่างมีเหตุผล ใช้เหตุผลในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นระเบียบ ชัดเจน และรัดกุม เน้นให้เกิดทักษะ และนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจการเรียนการสอน แต่บางครั้งสัสดุหรือสื่อประดิษฐ์ต่างๆ ที่จัดขึ้นมาอาจจะต้องใช้งบประมาณ ใช้วัสดุและเวลา การนำนักเรียนเข้าไปในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นการสื่อให้เด็กเห็นสื่อการเรียนการสอนของจริง เป็นการลดงบประมาณอีกทั้งตัวอย่างสื่อการสอนหาได้ง่ายและมีความหลากหลายของสื่อ นอกจากนี้ยังเป็นการลดความตึงเครียดของเด็กที่จะต้องนั่งอยู่แต่ในห้องเรียน เป็นการให้อิสระในความคิดและให้นักเรียนได้สัมผัสตัวอย่างจริงในการเรียนด้วยการนำสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปใช้ในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ อาจจะใช้ในเรื่องของการตั้งโจทย โดยการบวก ลบ คูณ หาร โดยใช้ต้นไม้ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นโจทย์ การใช้แผนภูมรูปภาพ ต้นไม้ ดอกไม้ แทนการใช้สัญลักษณ์อื่น การใช้สูตรการหาพื้นที่คำนวณหาพื้นที่ใบ การใช้ตรีโกนมิติในการหาความสูงของต้นไม้ เป็นต้น

วิชาสังคมศึกษา

วิชาสังคมศึกษามีจุดประสงค์ให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์และอิทธิพลของสภาพแวดล้อมต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งมุ่งเน้นในด้านการเป็นพลเมืองของสังงคมที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมสาชิกของสังคม ชี้ให้เห็นรูปแบบพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในฐานะเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม เข้าใจในวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมของสังคม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม เข้าใจการดำนงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร รู้จักหน้าที่ความเป็นพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย เข้าใจหลักการ ทฤษฎีของสังคมศาสตร์ เข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ ความสัมพันธ์ บทบาทและหน้าที่ของสมาชิกในสังคม สภาพแวดล้อมทางกายภาพ สภาพภูมิศาสตร์ท้องถิ่นของเรา ประเทศของเรา ประเทศเพื่อนบ้าน กฏหมายประชากรและสิ่งแวดล้อม พุทธศาสนา

ตัวอย่างการนำสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปใช้ในการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกา เช่น การเปรียบเทียบสังคมพืชกับสังคมมนุษย์ เครื่องเทศกับการล่าอาณานิคม ป่าในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสัมพันธ์ของต้นไม้ในชีวิตประจำวัน ศึกษาพรรณไม้ในพุทธประวัติ เปรียบเทียบพรรณไม้กับสัจธรรม ใช้พรรณไม้บางชนิดเป็นสื่อเชื่อมโยงไปถึงวันสำคัญทางศาสนาและพุทธประวัติ ศึกษาบทบาทของพรรณไม้ทีมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

วิชาภาษาไทย

มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาไทยได้ทั้งการพูด อ่าน และเขียน ใช้ภาษาไทยเป็นสื่อในการติดต่อถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดให้ผู้อนรับทราบ รับรู้รสไพเราะของร้อยแก้ว ร้อยกรอง มีความเจริญทางจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รู้จักใช้ภาษาเป็นเครื่องช่วยคิดหาเหตุผล ซาบซึ้งถึงสุนทรียภาพของวรรณคดีไทย รู้จักสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมและเชิดชูภาษาไทย

เราสามารถนำสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาใช้ประกอบในวิชาภาษาไทยได้ ตั้งแต่อนุบาล เช่น เขียนชื่อต้นไม้ หัดอ่าน สะกดคำ ออกเสียง การสร้างประโยค ส่วนในระดับชั้นสูงขึ้นมาใช้เสริมความเข้าใจ ทำให้เข้าใจง่าย ชัดเจน เนื่องจากได้มีโอกาสเห็นตัวอย่างของจริง ซึ่งจะช่วยให้จดจำได้ง่ายกว่าการฟังคำสอนหรืออ่านจากหนังสือ เช่น การใช้เชื่อมโยงกับสำนวนไทย คำพังเพย สุภาษิต วรรณกรรมไทย ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ได้ซาบซึ้งกับอรรถรสของบทประพันธ์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการเขียนรูปแบบต่างๆ ได้ทั้งนิยาย นิทาน ร้อยแก้ว ร้อยกรอง เรียงความ บทความเชิงวิชาการ ฯลฯ

วิชาศิลปศึกษา

เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนรู้จักแสดงออกด้านความงาม มีคุณลักษณะที่ดีงาม สมารถดำรงชีวิต พัฒนาสังคม ส่งเสริมให้เด็กแสดงความคิดเห็นต่างๆ ออกมาอย่างเสรี เป็นรูปแบบความงามตามทรรศนะของแต่ละคน โดยการนำเอาเรื่องราวของธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาวิชาตามความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการตามระดับวัย เพศ ความสามารถ ซึ่งแสดงออกได้หลายวิธี ทั้งภาพวาด ภาพพิมพ์ ปั้น แกะสลัก ศิลปการช่าง รวมถึงการนำเอาวัสดุธรรมชาติมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานการประดิษฐ์ ออกแบบตกแต่ง ดนตรี และฟ้อนรำ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสามารถนำมาบูรณาการในวิชาศิลปะได้ เช่น การนำสีจากส่วนต่างๆ ของพืชมาใช้ในงานศิลปะ การพิมพ์ภาพใบไม้ การวาดภาพเกี่ยวกับต้นโดยจินตนาการอิสระ การวาดภาพต้นไม้จากคำบอกเล่าหรือบทเพลง การใช้ส่วนต่างๆ ของพืช เช่น กิ่ง ใบ ดอก ผล เมล็ด ที่มีรูปทรง พื้นผิว สีที่แตกต่างกัน มาประกอบเป็นภาดสองมิติ หรือสามมิติ การนำลวดลายรูปร่างของพืชมาประดิษฐ์เป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายเครือเถา ลายก้านขด ลายกลีบบัว กระจังตาอ้อย ลายดอกพิกุล ฯลฯ หรือแม้แต่การออกแบบป้ายชื่อพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ให้มีความสวยงามมีข้อมูลที่สำคัญทั้งชื่อวงศ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อพื้นเมือง ชื่อสามัญ และประโยชน์ใช้สอย

วิชาการงานพื้นฐานอาชีพ

เพื่อฝึกให้นักเรียนเกิดอุปนิสัยรักการทำงาน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความเข้าใจและมีประสิทธิภาพ เป็นพื้นฐานสำหรับวิชาชีพ อดทน ขยัน ไม่รังเกียจงานทุกชนิดที่เป็นงานสุจริตมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย ทำงานเป็นระบบ มีหลักการมุ่งมั่นพัฒนาบุคลิกที่พึงประสงค์ ในการทำงาน เจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพ นำทักษะไปศึกษาหาความรู้ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ในหมวดวิชาการงานพื้นฐานอาชีพประกอบด้วยวิชาเกษตรและวิชาต่างๆ

วิชาเกษตร

เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการปลูก การจัดการ การดูแลรักษาพืช เพื่อให้เกิดผลโดยตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ และเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อโรงเรียนในด้านความสวยงาม เราสามารถนำสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาบูรณาการในวิชาเกษตร เช่น การรวบรวมพันธุ์ไม้มาปลูกในโรงเรียนโดยเน้นพรรณไม้ท้องถิ่นเป็นหลัก การปลูกและดูแลรักษา โดยมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆ พันธุ์ไม้บางอย่างสามารถจำหน่ายได้ ทำให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียนซึ่งเป็นระบบการจัดการผลิตแบบครบวงจร

วิชาคหกรรม

เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการดำรงชีวิตประจำวัน เน้นความรู้ด้านการอุปโภคบริโภคอย่างมีคุณภาพและถูกสุขอนามัย การนำเอาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาบูรณาการการเรียนการสอนวิชาคหกรรม เช่น การเย็บปักถักร้อย โดยใช้ตัวอย่างจากพรรณไม้มาเป็นแบบในการปักลายผ้า การประกอบอาหารจากพืช การแปรรูปผลไม้ การใช้สีจากพืชในการแต่งสีอาหารแทนสีสังเคราะห์ การศึกษาสมุนไพรในอาหารประเภทต่างๆ และพรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหาร

วิชาภาษาต่างประเทศ

ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและคมนาคม ทำให้ต้องมีการติดต่อกันระหว่างนานาชาติ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเน้นให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว และกว้างขวางพอที่จะสื่อความหมายได้ นำภาษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตน เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้วิชาการทั้งหลาย เป็นพื้นฐานในการศึกษาขั้นต่อไป มีความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมของชาติเจ้าของภาษา ตลอดจนมีความรู้ในทักษะทั้งสี่คือการฟัง พูด อ่าน เขียน ควบคู่กับองค์ประกอบสามประการของภาษาคือ เสียง ศัพท์ และโครงสร้างโดยการอ่าน สนทนา คัด เปล แต่ง และไวยากรณ์

การใช้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนกับการสอนภาษาต่างประเทศ สามารถทำได้โดยกำหนดวัตถุประสงค์ แล้วเติมเนื้อหาหลักไวทยากรณ์ที่นักเรียนควรรู้ ผสมผสานกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งในระดับอนุบาลและประถมศึกษา ควรเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเรียนรู้ เช่นการอ่าน พูดชื่อต้นไม้ หรือส่วนประกอบของต้นไม้ คำศัพท์ การแต่งประโยคจากพืช ใช้หลักไวยากรณ์ การเปรียบเทียบขนาด รูปร่าง ในระดับมัธยมศึกษาสามารถใช้ในรูปแบบที่ยากขึ้น เช่น การเรียนบรรยายในรูปร้อยแก้ว ร้อยกรอง บทความ

วิชาวิทยาศาสตร์

การศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์เน้นให้เกิดความเข้าใจในทฤษฎีขั้นพื้นฐานหลักการวิทยาศาสตร์ และขอบเขตของวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดทัศนคติทางวิทยาศาสตร์ ทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าโดยเริ่มจาการสังเกต ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ การบันทึก การนำเสนอข้อมูล การจัดจำแนกประเภท มีความเข้าใจถึงอิทธิพลของวิทยาศาสตร์ที่มีผลต่อมวลมนุษย์และสภาพแวดล้อม

วิชาวิทยาศาสตร์มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 สาขาหลักคือ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เช่น ชีววิทยาและวิทยาศาสตร์กายภาพ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราสามารถนำพรรณไม้ที่มีหลายหลากในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาเป็นตัวอย่างของจริง ใช้ประกอบในการเรียนการสอนในด้านต่างๆ

ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ เกี่ยวกับสารเคมีในสมุนไพร การมองเห็นสีของต้นไม้ ใบไม้ดอกไม้ การทอดสอบการหาแป้งในพืช เป็นต้น ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เกี่ยวกับลักษณะสวนประกอบต่างๆ ของพืช ลักษณะพืชใบเลี้ยงเดี่ยว พืชใบเลี้ยงคู่ ลักษณะวิสัยแบบต่างๆ ของพืช การเรียนการสอนเรื่องอาณาจักรพืช การจำแนกพืช ความหลากหลายของพืช การศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ลักษณะของเซลล์ เนื้อเยื่อของใบ เนื้อเยื่อลำเลียงการศึกษาเรื่องระบบนิเวศ การเก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้ง เมล็ดแห้ง ผลแห้ง การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยการใช้พรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน การสร้างฐานข้อมูลพรรณไม้ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ การที่มีตัวอย่างของจริงอยู่ในโรงเรียนจะช่วยให้สมารถจดจำบทเรียนได้แม่นยำ ก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียน

วิชาพลานามัย

หมวดวิชาพลานามัย มุ่งหมายให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทุกด้านเน้นให้รู้จักการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน พัฒนาการเรียนรู้ทั้งร่างกานและจิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมในการมีชีวิตอยู่ในสังคมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในหมวดวิชานี้ประกอบด้วยวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา

ส่วนการดนตรีและฟ้อนรำ อาจให้นักเรียนแต่งเพลงเกี่ยวกับพรรณไม้บรรยายความงามและคุณค่าของพรรณไม้ หรืออาจประดิษฐ์การแสดงสื่อถึงพรรณไม้ชนิดต่างๆ

วิชาพลศึกษา เป็นวิชาที่เน้นความร่วมมือกันในการทำงาน ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ความมีระเบียบ วินัยความสนุกสนาน การให้อภัย และการออกกำลังกาย การใช้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ในการออกกำลังกายแบบอยู่กับที่ อาจให้นักเรียนออกกำลังกายโดยประดิษฐ์ท่าทางเลียนแบบการเคลื่อนไหวของกิ่งไม้ ใบไม้ให้เข้ากับทำนองและเนื้อหาของบทเพลง โดยใช้อวัยวะต่างๆ เช่น ศีรษะ แขน ลำตัว ซึ่งเพลงที่ใช้เลือกเนื้อหาเกี่ยวกับพรรณไม้ เช่น เพลงสนต้องลม เพลงอุทยาดอกไม้ ฯลฯ การออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหว เช่น การวิ่ง ตัวอย่างเช่น การวิ่งเปี้ยว เขียนชื่อต้นไม้ที่หลักโดยให้นักเรียนถือปากกาวิ่งไปที่หลัก เขียนชื่อต้นไม้ แล้ววิ่งมาส่งต่อปากกาให้เพื่อนคนที่ 2 ไปเขียนชื่อต้นไม้โดยไม่ซ้ำกับคนแรก วิธีนี้จะได้ออกกำลังกาย เขียนชื่อต้นไม่ได้ถูกต้อง และได้รับความสนุกสนานด้วย

วิชาสุขศึกษา

มุ่งให้นักเรียนมีสุขภาพที่ดี นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ โดยผู้สอนต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการกระทำ เพื่อปรับปรุงสุขภาพอนามัยของตนให้ดีขึ้น อาจนำสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาใช้ในการเรียนเรื่องพรรณไม่ที่ใช้เป็นยารักษาโรค พืชผักพื้นเมือง พรรณไม้ที่ให้สารอาหารประเภทต่างๆ

ไม่มีวิชาใด ที่ไม่เกี่ยวกับธรรมชาติ

ไม่มีทฤษฎีใด ไม่มีสูตรใด ไม่มีสมการใด

ที่มิได้ตั้งอยู่บนฐานของธรรมชาติ

เพียงสัมผัสธรรมชาติ

เรียนรู้ธรรมชาติ เข้าถึงธรรมชาติของธรรมชาติ

ศาสตร์ต่างๆก็ปรากฎชัดในจิต ยิ่งได้คิด พิจารณา ไตร่ตรอง

นิมิตก็เกิด จินตนาการก็ตามมา

ความรู้แจ้งในศาสตร์ต่างๆจึงมี.....