หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
22329 ครั้ง

ประวัติความเป็นมา



ประวัติความเป็นมา

     เมื่อประมาณช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๕  สภาการศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ  ได้มีโครงการจัดหาครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๒  ข้าพเจ้ามีความสนใจในโครงการนี้  ซึ่งได้รับข่าวจากการศึกษานอกโรงเรียนเขตหนองจอก  ได้เสนอผลงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ที่ได้ดำเนินงานติดต่อกันมาหลายปีเพราะเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ อยู่ที่โรงเรียนอิสลามลำไทรอยู่ในขณะนั้น  ได้เสนอผลลงานผ่านสภาการศึกาษา  และได้รับการคัดเลือกผ่านโครงการนี้จนได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติตามมาเมื่อปี ๒๕๔๕

    เมื่อได้รับเกียรติยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทยแล้ว  พื้นที่ของหมู่บ้านลำไทรหรือชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาเป็นพื้นที่ที่ได้ใช้สำหรับการจัดการเรียนสอนตามหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ที่ได้เคยปฏิบัติมา  จึงได้นำมาสานงานต่อเป็นที่กรณีศึกษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น  ได้เปิดพื้นที่บ้านเป็นสถานที่เรียนรู้เพิ่มเติม  ประกอบกับมีนักเรียนนักศึกษามาศึกษาเรียนรู้อยู่เนื่อง ๆ   จึงได้จัดทำศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาขึ้นที่บ้าน  โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ดังต่อไปนี้

       ๑. การเรียนรู้เรื่องการผลิตไปโอดีเซล

       ๒. การเกษตรในชีวิตประจำวัน

       ๓. การผลิตป๋ยอินทรีย์ธรรมชาติ

      ๔. การแปรรูปอาหาร

      ๕. การถนอมอาหาร

      ๖. การพัฒนาชุมชน

      ๗. การทำการเกษตรแบบผสมผสาน

     ๑๐.การเกษตรตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่

      โดยมีพี่น้องมาให้การช่วยในการเป็นวิทยกรร้วมกัน  ได้ตั้งตั้งเป็นศูเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยขึ้น  มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา  หลังจากนั้นได้มีหลักสูตรการเรียนรู้ประจำศูนย์ซึ่งมีนายสมชาย  สมานตระกูล  เป็นวิทยากรหลัก  และมีปราชญ์ชาวบ้านมาเป็นวิทยากรผู้ช่วย 

       ปีพ.ศ. ๒๕๔๗  ได้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ  สืบเนื่องมาจากได้รับการคัดเลือกและส่งเสริมจากสภาพัฒนาเศณษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง

      การขับเคลื่อนของศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย  ได้ดำเนินการด้วยตนเอง  จึงเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำตามแนวทางพระราชดำริ  จึงตั้งตนแบบพึ่งตนเองมาโดยตลอดโดยใช้สถานที่บ้านพักอาศัยตาอเติมเป็นศาลาสำหรับการเรียนให้กับผู้มาศึกษาเรียนตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ผู้นำท้องถิ่นโดยทั่วไป  และจัดทำการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ขึ้น  เพื่อพัฒนาและรองรับผู้มาเรียนรู้และสามารถมาพักค้างได้ในชุมชน

     ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัยญาไทย มีผู้สนใจมาแวะเวียนเรียนรู้เกือนทุกวัน  เดือนหนึ่งประมาณ ๑,๒๐๐ คน ทั้งเป็นคณะและมาเป็นการส่วนตัว

   ศูนย์เรียนรู้ครูภุมิปัญญาไทย  ยินต้อนรับผู้มาศึกษาเรียนรู้และสามารถพักผ่อนและพักค้างได้แบบวิถีชมชน

 

 

ประวัติหมู่บ้านลำไทร

              หมู่บ้านลำไทรหรือชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา   

 

ไม่ห่างไกลจากเขตเมืองหลวงชั้นในของกรุงเทพมหานครมากนัก เพียงแต่เดิน ทางมาด้านตะวันนออกเข้าสู่ถนนสุวินทวงศ์  เพียง  14  กิโลเมตร  เลี้ยวซ้ายอีกครั้งหนึ่ง  ริมรั้วของศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการกางเทพมหานครมีถนนเส้นเล็ก ๆจะพบกับชุมชนหนึ่งมีชื่อว่า  “ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา”  หมู่ 5  แขวงโคกแฝด  เขตหนองจอก  กรุงเทพมหานคร  หรือมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า  “ลำไทร”

ลำไทร  เป็นชื่อหมู่บ้านหนึ่งที่ถูกบุกเบิกเมื่อประมาณ  140  ปีที่ผ่านมา โดย      นายอิบรอฮีม    นาง ซานี  บีดิลและ  สองสามีภรรยาที่อพยพถิ่นฐานมาจากปัตตานีมาอยู่แถบลุ่มน้ำแสนแสบ (บริเวณบ้านเจียรดับในปัจจุบัน)    จากพื้นที่ที่เคยเป็นป่าได้ปรับปรุงและพัฒนาเป็นที่ที่ทำสวน ไร่ นา  เป็นอาชีพหลัก  โดยระบบครอบครัวและลูกหลานสืบมา ความเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย  ความสัมพันธ์ในชุมชนเป็นระบบเครือญาติเกือบทั้งชุมชน  ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามโดยยึดแนวปฏิบัติตามคัมภีร์ อัล –กุรอานอย่างเคร่งครัด ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ใช้เป็นทางนำของชีวิตของหมู่บ้านลำไทรตลอดมา  ได้นำหลักปฏิบัติของศาสนามาดำเนินวิถีชีวิตตั้งแต่อดีตและมีการปรับใช้ตามความรู้ที่ได้รับของศาสนาอิสลามแต่ละสมัย ที่ได้เกิดการเรียนรู้  ที่ได้มีนักวิชาของศาสนาเข้ามาอบรมสั่งสอนกันเป็นช่วง ๆ เช่น นายหะยีมูฮำมัด  แม้นมินทร์  จากอัลอิสละห์สมาคม  อาจารย์อิสมาแอล  วิสุทธิปราณี  มูลนิธิสันติชน  และนักวิชาการคนอื่น ๆ   ทำให้ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา หรือหมู่บ้านลำไทร  มีการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติศาสนากิจและการใช้ประเพณีดั่งเดิมถูกยกเลิกไปและมีประเพณีและวัฒนธรรมใหม่อยู่บนฐานศาสนาอิสลามอย่างชัดเจน เช่น พิธีแต่งงาน พิธีแห่เจ้าบ่าว เจ้าสาว พิธีเข้าสุนัต  พิธีโกนผมไฟ ฯลฯ  และมีการพัฒนามากกว่าในหมู่บ้านอื่น ๆและตั้งอยู่บนฐานของศาสนาอิสลามสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างมั่นคงจนถึงทุกวันนี้  133 หลังคาเรือนที่จะกระจายรายล้อมมัสยิดคอยรุตตั๊กวา และโรงเรียนอิสลามลำไทรเป็นรากฐานที่จะสืบสายจากเจตนารมณ์ของเหล่าบรรพชนที่ได้กอร์ปจิตกุศลสร้างคุณงามความดีไว้เป็นแบบอย่าง  ผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรมากค่าแห่งนี้ได้มาอย่างเด็ดเดี่ยวและโดดเด่นให้ลูกหลานได้พักพิงและพึ่งพาตามสมญานามว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” และยังคงรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ดีที่เรียบง่ายและครองความเป็นชนบทในเมืองของถิ่นของกรุงเทพมหานคร 12  กลุ่มบ้านเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สืบสานมาจากประวัติศาสตร์  พัฒนามาเป็นวัฒนธรรมการครอบครองของท้องถิ่นที่สำคัญ  ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวามีการแบ่งกลุ่มการบริหารงานการดูแลภายในชุมชนออกเป็น  12  กลุ่มบ้าน  โดยยึดจากเครือญาติ  สภาพทางภูมิศาสตร์  ทำเลที่ตั้งและการรวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน  คณะกรรมการชุมชนมีการกระจายอำนาจให้แต่ละกลุ่มบ้านมีคณะกรรมการซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ  เพื่อที่จะสามารถดูแลและประสานงานภายในชุมชนให้เป็นระบบอย่างทั่วถึง              ความสุขสมบูรณ์วัดได้จากค่าของการมีสิ่ง.แวดล้มที่ที่ดี  “คนดี  สิ่งแวดล้อมดี”  ที่ยังคงรักษาชุมชนชนบทหรือคอยเอื้ออำนวยในการพัฒนาคุณภาพชีวิต  สีเขียวของต้นไม้ที่คอยดูดซับความฟุ้งกระจายของมลพิษที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นซึ่งมีไม่มากนัก  เพราะไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในชุมชน  สีเขียวของร่มไม้   สร้างความร่มรื่นให้เกิดขึ้นโดยทั่วไป  ถึงแม้ในยามแล้งน้ำอาจเหือดแห้งไปตามฤดูกาลที่หว่านล้อมความสดชื่นกลับคืนมาในรอบปีเช่นเคยชุมชนเมือง  ประกอบกับมีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีมาผสมผสานที่คอยเอื้ออำนวยในการพัฒนาคุณภาพชีวิต  สีเขียวของต้นไม้   ที่คอยดูดซับความฟุ้งกระจายของมลพิษที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นซึ่งมีไม่มากนัก  เพราะไม่มีการอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชน  สีเขียวของรมไม้สร้างความร่มรื่นให้เกิดขึ้นโดยทั่วไป  ถึงแม้ในยามแล้งน้ำอาจจะเหือดแห้งไปตามฤดูกาล  แต่เป็นช่วงคงมีไม่มากนัก  มิช้ามินานฤดูฝนที่หว่านล้อมความชุ่มชื้นให้หวนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งในรอบปี

หมู่บ้านลำไทร  ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งย่านชานเมืองหลวงของกรุงเทพมหานคร   น้อยคนที่จะรู้จักหมู่บ้าน  เว้นแต่เพียงพื้นที่เท่านั้นในเขตหนองจอก  ที่แวะเวียนเข้าไปรับจ้างเกี่ยวข้าว  หาปลา  รับจ้างอื่น ๆ โดยทั่วไปในช่วงแรก ๆ เพราะเป็นพื้นที่ชนบท สาธารณูปโภคทุกชนิด  เข้าไม่ถึงหมู่บ้านนี้ชาวบ้านอยู่กันตามลำพังอย่างโดดเดี่ยว  แต่เอาชีวิตอยู่รอดมาไม่น้อยกว่า 140  ปี  ความวิริยะอุตสาหะ  ความขยันขันแข็ง  การรู้จักอดออม  การต่อสู้  การดิ้นรน ฯลฯ  จึงทำให้หมู่บ้านลำไทรแห่งนี้กลับกลายเป็นที่โจทย์ขานและกล่าวถึงในวงการต่างๆ  ส่วนราชการจะหยิบยื่นนำสู่การยกย่องเชิดชูเกียรติว่าเป็นชุมชนเข้มแข็ง  ชุมชนดีเด่น  เป็นกรณีศึกษาชุมชนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง  โดยเฉพาะวิถีชิตที่มีความสง่างาม  สมยานามว่า  ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา   นั่นหมายถึง  แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทั้งในน้ำบนบก  และสติปัญญาที่ถูกปลูกฝังถ่ายทอดผ่านชนรุ่นหลังคนแล้วคนเล่า  ที่ใช้ในการดำรงชีวิต  ที่มีวันหมดสิ้น  ต่อบ่าวผู้ภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าที่สมควรกราบเคารพบูชา นั่นคือ  อัลลอฮ  (พระเจ้าของศาสนาอิสลาม)  สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสันติสุข  ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกาภิวัฒน์ที่โหมกระหน่ำพัดถ่ายเข้ามาอย่างในเขตเมืองหลวงของกรุงเทพมหานคร        

 

บริบทของหมู่บ้านลำไทร

หมู่บ้านลำไทร  น่าจะมีอะไรที่ทำให้มีชื่อเสียงดังที่กล่าวขานกันถึงปัจจุบันนี้ (.. 2549) อย่างแน่แท้    กรณีศึกษาชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวาในครั้งนี้  คณะผู้จัดทำได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและค้นคว้าการอพยพหรือการเคลื่อนตัวมาดำรงชีวิตในพื้นที่แห่งนี้และมีความเป็นอยู่  หลีกพ้นวัฒนธรรมดั่งเดิมที่ขัดแย้งต่อหลักการของศาสนา  อารยะธรรม  จนสามารถเข้าถึงการสร้างและรักษาวัฒนธรรมที่เคียงคู่กับหลักการของศาสนาอิสลามอย่างได้เด่นชัด

ลักษณะโดยทั่วไปทางประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านลำไทร
หมู่บ้านลำไทรตั้งอยู่ในเขตพื้นที่  หมู่ ที่ 5  ตำบลโคกแฝด   เขตหนองจอก  จังหวัดกรุงเทพมหานคร  มีขนาดพื้นที่ประมาณ 2000 ไร่

                คำว่า “ลำไทร”  เป็นชื่อเรียกของชาวบ้านที่มีลักษณะตามบริบททางสังคมดังกล่าวคือ  ลำ  คือลำน้ำที่ไหลคดเคี้ยวไปตามร่องน้ำธรรมชาติ 

 ไทร ชื่อ ต้นไม้น้ำชนิดหนึ่งที่ชอบขึ้นตามริมขอบ คันคูน้ำ  เป็นตระกูลไม้ใหญ่  แผ่กิ่งก้านสาขา  มีอายุยาวนาน  ลำไทรจึงเป็นลำน้ำที่มีต้นไทรขึ้นปกคลุมหนาทึบบนพื้นที่ตามร่องน้ำธรรมชาติอย่างเช่น  ลำไทรแห่งนี้  เมื่อมีการจัดตั้งหมู่บ้านตามระเบียบการปกครองของกระทรวงมหาดไทย  จึงได้นำชื่อของคุณลักษณะของท้องถิ่นมาตั้งชื่อเป็นหมู่บ้านที่เรียกกันมาตั้งแต่อดีต  จนถึงปัจจุบัน  ถึงแม้ปัจจุบันนี้จะเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นชุมชนแล้วก็ตาม  ก็ยังเรียก ลำไทร  ไว้ต่อท้ายชื่อของชุมชนแห่งนี้ไว้ด้วยว่า  “ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา  ลำไทร”  เพื่อสื่อความหมายว่าที่นี่คือ หมู่บ้านลำไทรดั่งเดิมนั่นเอง 

                คำว่า ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา  เป็นคำที่ใช้เรียกชื่อชุมชนตามคำสั่งของทางราชการ (คำสั่งคณะกรรมการอำนวยการประสานงานอุดมการณ์แผ่นดินธรรม – แผ่นดินทอง สำนักงานเขตหนองจอก ที่ 35 / 2537)ที่ได้มีการประกาศใช้นโยบาย “บรม”หรือ”บวร” เพื่อการสร้างสรรค์ชุมชนต่าง ๆในเขตหนองจอก รวม 58  ชุมชน  ให้เป็นชุมชนแผ่นดินทองหนองจอก จากนั้นจึงได้มีการเรียกชื่อชุมชนว่า “ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา” ตั้งแต่นั้นมา

                *ส่วนคำว่า คอยรุตตั๊กวา นั้น เป็นภาษาอาหรับ  คำว่า “คอยรุต” มีความหมายว่า ความดี และคำว่า “ตั๊กวา” มีความหมายว่า มีวินัยต่อพระเจ้า  ดังนั้นคำว่า “คอยรุตตั๊กวา  เมื่อนำมาใช้เป็นชื่อของมัสยิดเป็นชื่อและจดทะเบียนเลขที่ 30 ว่า มัสยิดคอยรุตตั๊กวา ตั้งแต่ปี พ.. 2492  จึงมีความหมายโดยรวมว่า ผู้ที่มีความภัคดีต่อพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ) นั่นเอง

                ชื่อของ “หมู่บ้านลำไทร”  หรือ  “ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา”  จึงเป็นพื้นที่เดียวกัน  ในงานวิจัยครั้งนี้ จะใช้ชื่อว่า”หมู่บ้านลำไทร””ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา” ตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์

 

                ศาสนา

                                1. ศาสนา  อิสลาม                              95  %

                                2. ศาสนา  พุทธ                                    5  %

                                3.  อื่น                                                -    %

 

 

 

 

พื้นที่

พื้นที่ตั้ง

หมู่บ้านลำไทร มีพื้นที่ตั้งอยู่ห่างจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ประมาณ 60 กิโลเมตร  และห่างจากสำนักงานเขตหนองจอกประมาณ  4 กิโลเมตร  โดยมีอาณาเขตพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง  ตามลักษณะการปกครองท้องที่กรุงเทพมหานคร ดังกล่าวคือ

1.ทิศเหนือ                           ติดต่อกับ                พื้นที่หมู่ 2            แขวงกระทุ่มราย

2. ทิศใต้                                 ติดต่อกับ                พื้นที่หมู่ 7            แขวงโคกแฝด

3. ทิศตะวันออก                  ติดต่อกับ                พื้นที่หมู่ 16          แขวงกระทุ่มราย

4. ทิศตะวันตก                     ติดต่อกับ                พื้นที่หมู่ 4            แขวงโคกแฝด

  ลักษณะพื้นที่   

ตามบริบทของหมู่บ้านลำไทร มีลักษณะเช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นที่อยู่ในพื้นที่ เขต และแขวงของเขตหนองจอก  กรุงเพทมหานคร  ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบและเป็นพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำแสนแสบ – หนองจอก       โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ หนึ่งเมตร      มีลักษณะของดินเหนียวตะกอน     ประกอบด้วยดินเหนียวและดินตะกอนละเอียด    สีดำ    ที่โอบอุ้มน้ำและเนื้อดินอัดแน่น     ซึ่งดินลักษณะนี้เกิดจากอิทธิพลของน้ำทะเลพัดพามาถม   เรียกว่า ดินตะกอนน้ำพัดพา (alluvial  soils) ที่กระจายตัว   จึงเป็นดินที่เหมาะสมในการทำการเกษตรกรรมแต่เนื่องจากพื้นที่ที่ตั้งของหมู่บ้านลำไทร          มีลักษณะเป็นพื้นที่รอยต่อหรือเขตรอยต่อระหว่างเมืองกับชนบท (urban  - rural  fringe)    ที่กระจายตัวโอบล้อมบริเวณพื้นที่เมืองที่พัฒนาแล้ว  (built – up area)  ซึ่งได้รับอิทธิพลของกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นเมือง (urbanization) จึงส่งผลให้มีลักษณะการใช้ที่ดินของชาวบ้านไม่ได้เป็นไปในรูปของชนบทอย่างแท้จริง    แต่มีลักษณะการใช้ที่ดินแบบผสมผสาน   (mixed  used) คือมีการใช้ที่ดินแบบเมือง (urban land used) และการใช้ที่ดินแบบชนบท(rural land used)ประปนกันอยู่

 

 

 

 

การคมนาคม

การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร  มายังหมู่บ้านลำไทรหรือชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา      จะสะดวก   สบายสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง  เช่น ถนนพหลโยธิน  แยกเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนรามอินทรา  มาถึงมีนบุรี  เข้าสู่ถนนสุวินทวงษ์ไปตามเสนทางฉะเชิงเทรา 14 กม.    เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเชื่อมสัมพันธ์ หนองจอก เพียง 4 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลำไทรอีก 1 กม. จะมาถึงหมู่บ้านลำไทร  หรือ จะมาทางรามคำแหง-สุขาภิบาล 3  มาถึงมีนบุรี มาตามเส้นทางข้างต้น  หรือจะมาจากทางด่วนพระราม 9 มอเตอร์เวย์ชลบุรี  ประมาณ  40 กม.  เลี้ยวซ้ายเข้าถนน อะไรยังนึกไม่ออก ถึงมีนบุรี และมาตามเส้นทางดังกล่าวข้างต้นเช่นเดียวกัน

มีรถเมล์สาย 131 จากมีนบุรี-หนองจอก จะผ่านถนนลำไทรหรือรถตู้โดยสารจากมีนบุรี-หนองจอก จะผ่านถนนลำไทร  ข้อสังเกตง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่งคือจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครและศูนย์ฝึกอบรมสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร

สาธารณูปโภค

               หมู่บ้านลำไทรหรือชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา  เป็นชุมชนเก่าแก่ ประมาณ  130 ปี  เดิมชาวบ้านอยู่พื้นที่นี้จะนิยมขุดบ่อน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในรอบปี  ชาวบ้านทุกครัวเรือนจะมีบ่อน้ำเพื่อประสงค์ดังกล่าว  และมีเพื่อให้ปลาอยู่อาศัย  และมีการวิดบ่อเพื่อจับปลาในช่วงฤดูแล้ง  ประมาณเดือน มีนาคม  เมษายน   แสงสว่างจะใช้ตะเกียงโคมหรือเจ้าพายุ  ในยามค่ำคืน  ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางสังคม  บ่อน้ำดังกล่าวยังคงอยู่ก็มีบ้าง อีกส่วนหนึ่งถูกกลบเพื่อการดำรงชีวิตใหม่  มีการใช้กระแสไฟฟ้าทุกหลังคาเรือน  ส่วนตะเกียงจะไม่มีการใช้  จะมีการใช้น้ำประปามาแทน  แต่ยังไม่ทุกหลังคาเรือนชาวบ้านยังอีกส่วนหนึ่งยังใช้น้ำบาดาลและน้ำคลองอยู่  แต่คาดว่าอีกไม่นานจะได้ใช้น้ำประปาทั้งหมด  ในแถบหนองจอกแล้วหมู่บ้านลำไทรถือได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีการพัฒนาก่อนหมู่บ้านอื่น ๆ  ขอสรุปโดยสังเขปดังนี้

 

ไฟฟ้า 

ไฟฟ้าได้เริ่มเข้ามาเป็นครั้งแรกโดยชุมชนเอง ประมาณ ปี พ.ศ.  2512  หลังจากที่สุขาภิบาลหนองจอกได้ทำการก่อสร้างโรงปั่นไฟฟ้าขึ้นเพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในเขตหนองจอก  ชาวชุมชนจึงได้แนวคิดที่จะนำมาใช้ในชุมชน  จึงได้ดำเนินการซื้อเครื่องปั่นไฟฟ้า  ขนาด 30  แอมแปร์  ขึ้นใช้โดยมีนายอำเภอพจน์  ภู่อารีย์  นายอำเภอหนองจอกในขณะนั้น  เป็นครั้งแรกประมาณ  50  หลังคาเรือน  ต่อมาในปี 2519  การไฟฟ้านครหลวงได้ปักเสาพาดสายเข้ามาในชุมชน  ชาวบ้านจึงได้ใช้ไฟฟ้ากันทั่วในระยะต่อ

 

ถนน

จากที่หมู่บ้านลำไทร  หรือชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา  เป็นชุมชนที่เกิดขึ้นใหม่  ในอดีตไม่มีถนนใช้ในชุมชน  จึงมีการเดินเท้ากันมาโดยตลอด  ต่อมาในปี พ.ศ. 2512  นายอำเภอพจน์  ภู่อารีย์  นายอำเภอในสมัยนั้น

ได้มาเปิดไฟฟ้าหมู่บ้านลำไทร  ท่านเล็งเห็นว่าน่าจะก่อเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาของหมู่บ้านแห่งนี้       ท่านได้

อนุมัติงบประมาณเพื่อทำการขุดถนน  จากถนนเชื่อมสัมพันธ์  กว้าง  6  เมตร  ยาว 1,200 เมตร เข้าสู่หมู่บ้านลำไทร โดยจ้างแรงงานชาวบ้านขุด จึงเป็นถนนเส้นแรกของหมู่บ้านลำไทร  ต่อมาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 

มีงบประมาณเพิ่มขึ้นจึงได้เชื่อมติดต่อกับหมู่บ้านอื่น ๆ  โดยขุดเลียบคลองลำไทร  คลองลำจระเข้ตาย  ได้ใช้จนถึงปัจจุบัน

 

 

 

น้ำ

หมู่บ้านลำไทรในอดีตใช้น้ำอุปโภคและบริโภค 2  ประเภทด้วยกัน  น้ำดื่มจะเตรียมการรองน้ำจากน้ำฝนซึ่งเป็นหลังคามุงจาก  น้ำฝนเมื่อไว้ใช้ดื่มนานวัน  จะมีสีแดงเหมือนน้ำชา  แต่จะมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นใบจาก  จะเก็บไว้ดื่มได้ไม่นานนัก  แต่ถ้าเป็นหลังคาสังกะสี  จะเก็บไว้ได้นาน  ภาชนะที่เก็บนิยมใช้โอ่งดินเผา  สีแดงความประมาณ  200  ลิตร  น้ำจะใช้ดื่มอร่อยดีมาก  ปัจจุบันมีใช้น้อยมาก  มักจะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์หรือพิพิธภัณฑ์ในหมู่บ้านส่วนน้ำที่ใช้อุปโภคในครัวเรือน  จะใช้น้ำบ่อซึ่งไว้เป็นสระน้ำ  จะเก็บกักน้ำได้ตลอดปีมักจะมีกลิ่นจากรากหญ้า แต่เก็บไว้นาน ๆ กลิ่นนี้จะหายไป  ถ้าขาดน้ำฝนที่เก็บไว้ใช้ดื่มหมดจะนำน้ำบ่อมาใช้ดื่มด้วย  บางบ้านไม่มีบ่อน้ำใช้จะมาใช้น้ำในคลองลำไทรหรือคลองลำจระเข้ตายก็มี ปัจจุบันความเจริญแผ่ขยายมาถึง  การใช้น้ำบ่อ  จะไม่นำมาใช้บริโภค  แต่ยังคงใช้บ่อเพื่อการเกษตร  การซักล้างโดยทั่วไปประมาณ ปี พ.ศ.  2540  ได้มีการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลขึ้นใช้ในชุมชนโดยงบประมาณของกรุงเทพมหานคร  จะมีความสะดวกขึ้น  ในช่วงปี พ.ศ.  2543  เริ่มมีการใช้น้ำประปา  จนถึงปัจจุบัน  แต่ยังไม่ครบทุกครัวเรือน  แต่ในโอกาสข้างหน้า   จะมีใช้ทุกครัวเรือน  “การใช้น้ำในหมู่บ้านลำไทร ชาวบ้านมีความคุ้นเคยในชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตปัจจุบัน  “ตอนนี้เราสามารถเลือกใช้น้ำได้ตามต้องการและเหมาะสม  ตามสภาพความเป็นอยู่  น้ำคลอง น้ำบ่อ น้ำบาดาล น้ำฝน          น้ำประปา  ยังคงมีการใช้น้ำกันอย่างครบถ้วน  ถ้าความเป็นอยู่ในลักษณะนี้คาดว่าในอนาคตก็ยังคงรักษาแหล่งน้ำนี้ไว้ตลอดไป เรียกได้ว่ามีการใช้น้ำ”

                                                                                                                     

โทรศัพท์

เครื่องมือสื่อสารในอดีตไม่เคยมีใช้  เวลาจำเป็นที่ต้องการใช้  จะให้วิธีการเดินบอกกล่าวกัน  จะใช้เวลานาน ๆ    เมื่อมีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีเข้ามา โทรศัพท์เข้ามาสู่ชุมชน  เมื่อปี พ.ศ.  2535  ในปัจจุบันหมู่บ้านลำไทรมีการใช้โทรศัพท์ ประมาณ 98 % ส่วนในที่สาธารณะจะมี 2 จุด ที่หน้าโรงเรียนอิสลามลำไทรและหน้าบริเวณกลุ่มบ้านที่ 10

การปกครองและการพัฒนาในปัจจุบัน  

หมู่บ้านลำไทรหรือชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา  ได้มีการพัฒนาตามแผนหมู่บ้านลำไทรตามพัฒนาตนเองเมื่อปี พ.ศ . 2539 เป็นต้นมาได้ใช้ระบบกลุ่มบ้าน   ซึ่งแบ่งออกเป็น 12 กลุ่มบ้าน  ตามสภาพความเป็นอยู่ เมื่อตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของชุมชนที่นายอิบรอฮีม  บีดิลและ  แบ่งปันที่ดินให้กับลูกหลานอยู่อาศัยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน  แต่ละกลุ่มบ้านจะมีจำนวนบ้านเรือนโดยถัวเฉลี่ยกลุ่มบ้านละ 10 หลังคาเรือน  ดังนี้  

 

 

 

 

 

                                                                                                                                                                                                                                                                      

กลุ่ม   บ้านที่

จำนวนครัวเรือน

เพศชาย

เพศหญิง

รวม

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

10

30

15

7

12

13

8

6

8

8

10

6

30

90

34

18

40

42

17

20

18

23

21

12

24

68

33

11

27

34

16

18

17

21

19

15

54

158

67

29

67

76

33

38

35

44

40

27

รวม

133

365

303

668

 

                       ตารางที่   แสดงจำนวนประชากรจำแนกตามกลุ่มบ้าน ปี พ.ศ. 2550