หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
9928 ครั้ง

สอนลูกด้วยนิทานคุณธรรม



บทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดบึงลัฏฐิวัน  เอฟ. เอ็ม 101  เมกกะเฮิร์ท  ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ

จ.พระนครศรีอยุธยา 

วันพุธที่  21 กันยายน 2554  เวลา 16.00 -17.00น.

 

เรื่อง  “สอนลูกด้วยนิทานคุณธรรม”

 

 

โดย  ทำนุ  อ้นประเสริฐ

วุฒิอาสาธนาคารสมอง

จังหวัดสระบุรี

ครูภูมิปัญญาไทย ด้านภาษาและวรรณกรรม สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 

 

บทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดบึงลัฏฐิวัน  เอฟ. เอ็ม 101  เมกกะเฮิร์ท  ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา  วันพุธที่  21 กันยายน 2554  เวลา 16.00 -17.00น.

 

เรื่อง  “สอนลูกด้วยนิทานคุณธรรม”

โดย  นายทำนุ  อ้นประเสริฐ  วุฒิอาสาธนาคารสมอง  จังหวัดสระบุรี

...........................................................

สวัสดีครับท่านผู้ฟังที่เคารพทุกท่าน    รายการวุฒิธรรมอาสาจากวุฒิอาสาจังหวัดสระบุรีในวันนี้  ผม  ผู้ดำเนินรายการ  จะขอนำเสนอสาระเกี่ยวกับนิทาน  เรื่องเป็นเรื่องเล่า มาเผยแพร่ให้ท่านผู้ฟังได้รับฟัง  ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดบึงลัฏฐิวัน  เอฟ. เอ็ม 101  แห่งนี้ซึ่งเรื่องที่ผมจะนำมาเสนอในวันนี้  ผมขอตั้งชื่อเรื่องว่า  “สอนลูกด้วยนิทานคุณธรรม” ขอเชิญทุกท่านโปรดติดตามรับฟังได้ ณ บัดนี้

  

 

นิเอ๋ยนิทาน

มีประโยชน์ หลายประการ ควรศึกษา

สร้างคุณธรรม ก่อเกิด เลิศปัญญา

ก่อความรัก ความเมตตา ในดวงใจ

นิทาน สร้าง  ภูมิ คุ้มกัน ที่มั่นคง

 

คือความดี  ให้ดำรง  สุขสดใส

นำชีวิต บุตรหลาน เบิกบานใจ

ก่อเกื้อให้  เยาวชน เป็นคนดี

 

เมื่อลูกฟัง นิทานที่ พ่อแม่เล่า

จิตใจเขา จะอบอุ่น เป็นสุขศรี

รักพ่อแม่  กตัญญู กตเวที

เป็นคนดี  มีคุณธรรม เลิศล้ำเอย

 

(เพลงคั่น)

 

การแนะนำพร่ำสอนบุตรหลานด้วยการเล่านิทานคุณธรรมอย่างมีศิลปะและสร้างสรรค์ให้ลูกฟัง ฟังบ่อย ๆ สม่ำเสมอ  ครั้งแล้วครั้งเล่า  เป็นอีกวิธีการหนึ่งและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่ง  ของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและครู   ที่ใช้อบรมสั่งสอนบุตรหลาน  เยาวชน นักเรียนให้เป็นคนดี   สืบต่อกันมาแต่โบราณกาล

 

     นิทานคุณธรรม เป็นศิลปะการถ่ายทอดที่เก่าแก่  แต่ยังทันสมัย  นิทานจะปลูกฝังคุณธรรมให้งอกงามในใจของเด็ก ๆ  และมีประโยชน์ต่อบุตรหลานของเรา ดังนี้

      1. นิทานคุณธรรม  ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดความรู้ ความคิด เกิดจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี  ละเลิกอบายมุข เห็นคุณค่าของศีลธรรมความดี  กลัวบาป  กลัวผลกรรม  ทำแต่ความดี  ซึ่งจะก่อให้เกิดความสุขต่อชีวิตตนเอง ต่อครอบครัวและต่อสังคมได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

      2.  นิทานคุณธรรม  จะเป็นสื่อเชื่อมโยง ความรักความใกล้ชิด  ระหว่างพ่อแม่กับลูก  ระหว่างปู่ย่าตายายกับหลานๆ  ระหว่างครูอาจารย์กับนักเรียนหรือลูกศิษย์  ทำให้เกิดความอบอุ่นในชีวิต ครอบครัว และในห้องเรียนได้

      3.  นิทานคุณธรรม จะตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยที่อยากรู้อยากเห็น  อยากมีประสบการณ์  ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้จากการฟังนิทานที่สร้างสรรค์นั่นเอง

     4. นิทานคุณธรรมจะสร้างความบันเทิงเริงใจให้กับเด็ก ๆ   ทำให้เด็ก ๆ ผ่อนคลายอารมณ์  ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน  ร่าเริงแจ่มใส

     5.นิทานคุณธรรมเป็นสื่อช่วยสร้างจินตนาการและดวงปัญญา  อันเป็นความสำนึกในคุณธรรมความดีในดวงใจของเด็ก ๆติดอยู่ในความทรงจำไปจนเติบโต

(เพลงคั่น)

 

 

  ประโยชน์ของนิทานคุณธรรมยังมีมากกว่านี้  ที่ยกมา 5 ข้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น  ซึ่งก็พอจะทำให้เห็นได้ว่า   นิทานคุณธรรมนั้น   มีประโยชน์จริง ๆ   ควรที่พวกเราจะนำมาเล่าให้เด็ก ๆ คือบุตรหลาน ของเราได้ฟังกันบ่อย ๆ 

     เมื่อไม่นานมานี้  ผมได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง  ซึ่งมีอาชีพเป็นนักพากย์ภาพยนต์ซีดี  อยู่ในทีมพาก์อินทรี  ซึ่งเป็นทีมพากษ์ที่มีชื่อเสียงมากทีมหนึ่งของประเทศไทยเรา  เธอพากษ์ทั้งภาพยนต์ไทยและต่างประเทศ    ปัจจุบันมีรายได้ดี  มีรถยนต์  มีบ้าน มีฐานะที่มั่นคง

       เธอได้เล่าให้ผมฟังว่า   เธอนั้นได้ประกอบอาชีพที่เธอรักและใฝ่ฝัน  คือเธอฝันอยากเป็นนักพากษ์  ทั้งนี้แรงบันดาลใจของเธอ  เกิดจากเมื่อตอนที่เธอ     เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา  เธอได้เรียนกับคุณครูที่ชอบเล่านิทานให้เธอฟังแทบทุกวัน  บางวันครูก็ส่งเสริมให้เธอเล่านิทานให้เพื่อน ๆ ฟังในห้องเรียน  

       เธอชอบฟังนิทาน  และชอบเล่านิทานมาก  เวลามีการประกวดทางโรงเรียนจะส่งเธอเข้าแข่งขันเล่านิทานเสมอ ๆ  ซึ่งเธอก็มักจะได้รับรางวัลจากการแข่งขันแทบทุกครั้ง  ทั้งในระดับอำเภอและจังหวัด

     เมื่ อเธอเรียนจบจากโรงเรียนประถมศึกษา แห่งนั้นไปแล้ว  ไปอยู่ในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา  เธอก็ยังคงสานฝันของเธออยู่ตลอดเวลา

    ในที่สุดเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี  เธอก็ได้ประกอบอาชีพเป็นนักพากษ์ภาพยนต์ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

   เวลาที่เธอเจอคุณครูของเธอ  เธอก็มักจะบอกกับครูด้วยความภูมิใจและสำนึกในพระคุณเสมอว่า

                    “ ที่หนูเป็นนักพากษ์ที่ดีได้ในทุกวันนี้  ก็เพราะเมื่อตอนเป็นเด็ก  หนูฝึกเล่านิทานตามคุณครูนั่นแหละค่ะ”

      จะเห็นได้ว่า  นิทานมีส่วนสร้างฝัน   สร้างจินตนาการได้อย่างแน่นอน   อย่างน้อยก็ได้แก่หญิงสาวนักพากษ์ที่ผมเล่ามาแล่วเมื่อครู่นี้

 

 

 

         การเล่านิทานคุณธรรมให้ลูกหลาน เยาวชนหรือนักเรียนฟัง  จะเป็นโอกาสที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือครูอาจารย์จะแทรกคำสั่งสอนลงไปในนิทานนั้น ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ฟังโดยที่ไม่รู้ตัวว่า  กำลังถูกสอนทางอ้อม

        

        ต่อจากนี้ไป  ผมจะได้นำนิทาน  ที่ผมประพันธ์ขึ้น  มาเล่าให้ท่านผู้ฟังได้รับฟัง  เผื่อว่าเมื่อท่านทั้งหลายเมื่อได้รับฟังแล้ว  จะได้เกิดแรงบันดาลใจ  นำไปเล่าต่อให้บุตรหลานของท่านได้รับฟังในโอกาสต่อไป  โดยนิทานเรื่องแรก ที่จะนำมาเล่านี้ 

    มีจุดประสงค์อยู่ที่ต้องการให้เด็กๆที่ได้ฟัง   คิดพิจารณาตามว่า บ้านที่น่าอยู่และอยู่แล้วมีความสุข  นั้น ควรจะมีลักษณะอย่างไร 

 

ครับ  จากเนื้อหาสาระของนิทานที่ได้ฟังจบลงไปแล้วนี้  จะเห็นได้ว่า  บ้านที่น่าอยู่นั้น จะต้องเป็นบ้านที่ผู้อยู่อาศัย  อันแก่สามี ภรรยา  หรือพ่อแม่ลูก หรือใคร ๆ ก็ตามที่อยู่บ้านหลังเดียว  จะต้องมีความรัก  ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ครอบครัวจึงจะมีความสุข  และเป็นบ้านที่น่าอยู่

บ้านที่น่าอยู่  ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตหรือไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง

      กระท่อมเล็ก ๆ ของชาวนาก็อาจเป็นสุข น่าอยู่  หากผู้อยู่อาศัย  มีความรักความเมตตาต่อกันแต่ในทางทางตรงกันข้าม  แม้จะมีบ้านที่ใหญ่โต  ราคาหลายล้านหรูหรา  แต่ถ้าหากผู้คนที่อยู่ในบ้านนั้นทะเลาะเบาะแว้ง   ไม่รักไม่เห็นใจกัน  บ้านหลังนั้นและผู้คนที่อยู่อาศัย  ก็จะมีแต่ความทุกข์ความเดือดร้อน  ไม่สงบสุข  ไม่ร่มเย็น  ชีวิตก็ทุกข์ทรมาน

 

บ้านเอ๋ยบ้านน่าอยู่

คือบ้านผู้ อยู่อาศัย รักใคร่ถนอม

จริงใจรัก สามัคคี ประนีประนอม

ต่างโอบอ้อม  อารี  ดีต่อกัน

 

พ่อแม่ลูก  ผูกพันรัก  สามัคคี

ชักชวนกัน  ทำแต่ดี  ที่สร้างสรรค์

ยิ้มแย้ม  มีน้ำใจ  มอบให้กัน

จะสุขสันต์  เบิกบาน  สำราญเอย

 

 

 

     ที่โรงเรียน  ที่ห้องเรียน  เป็นที่รวมของเด็ก ๆ ที่เดินทางมาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน  การอบรมเลี้ยงดูแตกต่างกัน  ครูผู้สอนจะสังเกตเห็นลักษณะนิสัยของเด็ก ๆ แต่ละคนได้เป็นอย่างดี

       เด็กบางคนมีนิสัยเห็นแก่ตัวมาก   ไม่ยอมให้เพื่อนล่วงล้ำก้ำเกิน  ไม่แบ่งปัน  ไม่มีน้ำใจต่อใคร   แต่ในขณะเดียวกัน  ก็มักได้  เอาเปรียบผู้อื่นมาก   ทั้งนี้เพราะได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาจากผู้ปกครอง  ที่มีลักษณะนิสัยเช่นนั้นเป็นแบบอย่างมาก่อน   ซึ่งลักษณะเช่นนี้  เป็นอันตราย  เป็นภัยแก่ตัวเด็กเอง  เพราะเขาจะไม่มีเพื่อน   เพื่อนไม่รัก  เพื่อนไม่เล่นด้วย    จะทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกับคนอื่น   ก็ไม่ค่อยมีใครต้องการ 

     แต่ในขณะเดียวกัน  ในห้องเรียนเดียวกัน   เด็กบางคนมีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี  มีน้ำใจให้กับทุกคน  ไม่เห็นแก่ตัว  ช่วยคนโน้นช่วยคนนี้  บริการเพื่อน ๆ ด้วยน้ำใจที่ดีงาม  ยิ้มแย้มแจ่มใส  เพื่อน ๆ จะรักและนับถือ  เชิดชูให้เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำ  ทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อนก็อยากมาร่วมทำด้วย  ไม่มีใครรังเกียจ

    นี่คือข้อแตกต่างของความมีน้ำใจ และความเห็นแก่ตัว  ที่เห็นได้อย่างชัดเจน  จึงควรที่พ่อแม่ที่รักลูก  ควรจะเห็นความสำคัญ  อย่าสอนลูกให้เป็นคนเห็นแก่ตัว

 

 

       ครับ  “การสอนลูกด้วยนิทานคุณธรรม” ยังมีนิทานมานำเสนออีกเรื่องหนึ่ง   ซึ่งเรื่องนี้ผมประพันธ์ขึ้นเพื่อให้ผู้ฟัง  โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ได้เกิดความ ตระหนักและเห็นคุณค่าของความโอบอ้อมอารี  ไม่เห็นแก่ตัว

 

   คนเราเกิดมาจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน  แบ่งบันกัน  มีน้ำใจต่อกัน  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข   นิทานเรื่องนี้  ชื่อเรื่องว่า “ ต้นน้อยหน่า กับต้นส้มเขียวหวาน” ขอเชิญรับฟังได้ ณ บัดนี้

 

 

 

 

     จากเนื้อหาสาระของนิทานที่ได้ฟังจบลงไปแล้วนี้  จะเห็นได้ว่า  คนที่เห็นแก่ตัวนั้น  ผลสุดท้ายก็จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว  ไม่มีคนรักคนต้องการ  แต่ในทางตรงกันข้าม  หากคนใด มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  รู้จักแบ่งบัน  ไม่เห็นแก่ตัว  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  จะพบความสุข  มีคนรัก คนชื่นชม  และอยู่อย่างมีเกียรติ  มีศักดิ์ศรีในสังคม

น้ำเอ๋ยน้ำใจ

เยือกเย็นชุ่ม  หลั่งไหล  ก่อกุศล

การช่วยเหลือ  เจือจุน  อุ่นกมล

จะเกิดผล  ก่อความรัก  สามัคคี

หากหวงแหน เห็นแก่ตัว มืดมัวอยู่

จะพบแต่  ความอดสู ไร้ศักดิ์ศรี

ค่าของคน  อยู่ที่ใจ มากไมตรี

จึงควรที่ มีน้ำใจให้กันเอย

 

     เด็ก ๆ ลูกหลานที่ได้ฟังนิทานคุณธรรม ประเภทนี้บ่อย ๆ  ก็จะเกิดความสำนึก  เกิดความรู้สึก คิดวิเคราะห์ เปรียบเทียบ แยกแยะสิ่งที่ควรและไม่ควรได้วันละเล็กวันละน้อย  นาน ๆ เข้าก็จะพอกพูนขึ้นตามลำดับ  พอเติบโต  ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่จิตใจเปี่ยมไปด้วยคุรธรรมความดี  เป็นที่ชื่นชม  เป็นที่รักของครอบครัวและสังคมประเทศชาติ

    จึงขอย้ำ  พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลาย หรือครูอาจารย์ทุก ๆ คน  มาช่วยกันสอนลูกของเราด้วยนิทานคุณธรรมกันเถิด   ก่อนนอนสักวันละเรื่องก็ยังดี  เล่าให้ลูกฟัง  แม้จะเล่าไม่เก่งก็ไม่เป็นไร  เพราะนิทานของพ่อแม่นั้น  เป็นนิทานที่เกิดจากความรัก ความปรารถนาดี  มีพลังวิเศษอยู่ในตัวอยู่แล้ว 

   ลูกได้ฟังก็จะเกิดความซาบซึ้งใจ  ในความรักของพ่อแม่  เห็นคุณค่าของศีลธรรม  คุณธรรม  เป็นลูกที่ดี  เป็นคนดี ให้พ่อแม่ชื่นอกชื่นใจต่อไป

นิเอ๋ยนิทาน

มีประโยชน์ หลายประการ ควรศึกษา        สร้างคุณธรรม ก่อเกิด เลิศปัญญา

ก่อความรัก ความเมตตา ในดวงใจ           นิทาน สร้าง  ภูมิ คุ้มกัน ที่มั่นคง

คือความดี  ให้ดำรง  สุขสดใส              นำชีวิต บุตรหลาน เบิกบานใจ

ก่อเกื้อให้  เยาวชน เป็นคนดี           เมื่อลูกฟัง นิทานที่ พ่อแม่เล่า

จิตใจเขา จะอบอุ่น เป็นสุขศรี         รักพ่อแม่  กตัญญู กตเวที

เป็นคนดี  มีคุณธรรม เลิศล้ำเอย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดบึงลัฏฐิวัน  เอฟ. เอ็ม 101  เมกกะเฮิร์ท  ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ

จ.พระนครศรีอยุธยา 

วันพุธที่  21 กันยายน 2554  เวลา 16.00 -17.00น.

 

เรื่อง  “สอนลูกด้วยนิทานคุณธรรม”

 

 

 

โดย  ทำนุ  อ้นประเสริฐ

วุฒิอาสาธนาคารสมอง

จังหวัดสระบุรี

ครูภูมิปัญญาไทย ด้านภาษาและวรรณกรรม สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา