หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
27273 ครั้ง

แผนงานวิจัย



โครงการ  วิจัยการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ 

ผู้รับผิดชอบโครงการ  สมาคมครูภูมิปัญญาไทย

ปีงบประมาณ  ๒๕๕๔

................................................................................................................................................................

๑.  หลักการและเหตุผล

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ส่วนที่ ๔ มาตราที่ ๘๐ (๓) เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมจัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ  จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก  รวมทั้งการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกของความเป็นไทย  มีระเบียบวินัย  คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มาตราที่๘๐(๔) ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ชุมชนองค์การทางศาสนา และเอกชน  จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมและสอดคล้องกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

มาตราที่๘๐(๖) ส่งเสริมและสนับสนุนความรู้รักสามัคคีและการเรียนรู้ปลูกจิตสำนึกและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณีของชาติ ตลอดจนค่านิยมอันดีงามและภูมิปัญญาท้องถิ่น

จากรัฐธรรมนูญตามตราดังกล่าวสังคม ชุมชน มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาโดยการกระจายอำนาจและมีส่วนร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของท้องถิ่น โดยเฉพาะภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่เป็นกุญแจของการพัฒนาที่เข้าถึงทางวัฒนธรรม

ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒  แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒) พ.ศ. ๒๕๔๕  ได้บัญญัติเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยไว้ใน ๕ มาตรา  ดังนี้

หมวด    มาตรา    บัญญัติว่า  “ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทย”

หมวด ๔ แนวการจัดการศึกษามีสาระบัญญัติไว้ในมาตราต่าง ๆ ดังนี้

มาตรา ๒๓ บัญญัติว่า  “การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญกระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่อง (๓) ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา”

มาตรา  ๒๗  บัญญัติว่า “ให้สถานการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรภูมิปัญท้องถิ่นเพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ”

มาตราที่ ๒๙  บัญญัติว่า  “ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล  ครอบครัว  ชุมชน  องค์กรวิชาชีพ  สถาบันศาสนา  สถาบันประกอบการ  และสถาบันสังคมอื่น  ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม  มีการแสวงหาความรู้  ข้อมูล  ข่าวสาร  และรู้จักการเลือกสรรหาภูมิปัญญาและวิทยากรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ  รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน”

หมวด ๗ ครู  อาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษา  มีสาระบัญญัติตามมาตรา  ๕๗  บัญญัติว่า  “ให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคลในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาโดยนำประสบการณ์ความรอบรู้ ความชำนาญ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคลดังกล่าวมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษาและยกย่องเชิดชูผู้ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา”

                    เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๕๒  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ.  ๒๕๔๕  ดังกล่าวข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่า  ในกฎหมายทั้งสองฉบับนั้นมีสาระบัญญัติที่สำคัญเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย  โดยสรุปคือ  ได้ให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาไทย  และการส่งเสริมสนับสนุนให้นำประสบการณ์  ความรอบรู้และความชำนาญจากบุคคลภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียน  นอกระบบโรงเรียน  และการศึกษาตามอัธยาศัย  โดยให้หน่วยงานทางการศึกษาระดมทรัพยากรบุคคลในชุมชนทุกภาคส่วน  เช่น  บุคคล  ครอบครัว  ชุมชน  องค์กรชุมชน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เอกชน  องค์กรเอกชน  องค์กรวิชาชีพ ฯลฯ  ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและยกย่องเชิดชูผู้ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา”

ในการพัฒนาประเทศก็เช่นเดียวกันว่าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่๑๑  กล่าวถึง  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแกนนำในการพัฒนา

 

                    สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  ได้ตระหนักถึงคุณค่าทางการศึกษาจึงได้มีการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น  โดยทำการคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยยกย่องและเชิดชูเกียรติมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๔  ถึงปัจจุบัน รวม ๖  รุ่น  มีครูภูมิปัญญาไทย    ด้าน  รวม.......... คน  เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้กระจายอยู่ตามภูมิภาคทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันมีการส่งเสริมให้ครูภูมิปัญญาไทยมีศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย  เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เพิ่มคุณค่า  สร้างมูลค่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน  ผู้สนใจสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำผลของการศึกษาไปพัฒนาอาชีพของตนเองได้อย่างเหมาะสม 

การพัฒนาประเทศที่ให้องค์รวมในการดำรงชีวิตตามวิถีไทย  ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารประเทศตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ  ในพื้นที่ของครูภูมิปัญญาไทยและศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยจะเห็นพื้นที่สำหรับกรณีศึกษาของการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ด้วย  จึงจะเป็นประโยชน์ต่อกรณีศึกษาการพัฒนาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี 

การศึกษาและวิจัยในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยและศูนย์เรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทยไปเผยแพร่และการพัฒนาการศึกษาตามบริบทของท้องถิ่นต่อไป

๒.  วัตถุประสงค์

๑.           เพื่อศึกษาและจัดเก็บฐานข้อมูลของความเป็นศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ๙ ด้าน

๒.          เพื่อนำมาตรฐานที่ได้จากการศึกษาของศูนย์เรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทยไปเผยแพร่

๓.          เพื่อศึกษาวิธีดำเนินการของครูภูมิปัญญาไทยในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๔.          เพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทย

๓.  ขอบเขตการศึกษา

ได้คัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยที่ส่งผลงานที่สอดคล้องกับงานวิจัยในครั้งนี้มาโดยที่คณะกรรมการของสมาคมได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ทั้ง    ภูมิภาคจำนวน  ๒๕ ท่าน  เป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้โดยกระจายปริมาณไปตามภูมิภาคดังนี้

 

๑.     ภาคเหนือ                                                               ศูนย์เรียนรู้

๒.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                                  ๗ ศูนย์เรียนรู้

๓.    ภาคกลางและกทม.ฝั่งตะวันตก                         ศูนย์เรียนรู้

๔.    ภาคกลางและกทม.ฝั่งตะวันออก                      ศูนย์เรียนรู้

๕.    ภาคใต้                                                                      ศูนย์เรียนรู้

                                                                รวม  ๒๕  ศูนย์เรียนรู้

                แนวทางการคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยและศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย ดังนี้

๑.     ส่งเอกสารเพื่อนำข้อมูลการสมัครมาคัดเลือกนำสู่การดำเนินการวิจัยโดยสมาคมครูภูมิปัญญาไทยมีเกณฑ์คัดเลือกที่กำหนดไว้

๒.    คณะกรรมการสมาคมครูภูมิไทยร่วมประชุมพิจารณาคัดเลือกตามปริมาณและจำนวนของความต้องการงานวิจัย

๓.    อุปนายกภาคต่าง ๆ ลงสำรวจศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยตามที่คณะกรรมการของสมาคมครูภูมิปัญญาไทยคัดเลือกเพื่อดูความพร้อมของศูนย์การเรียนรู้

๔.    จัดประชุมนักวิจัยและผู้ช่วยนักวิจัย

๕.    จัดประชุมครูภูมิปัญญาไทยเพื่อวางแผนร่วมการดำเนินงานวิจัย

๖.     คณะนักวิจัยลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลตามประเด็นของงานวิจัย

๗.    จัดเวทีสรุปฐานข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

๘.    จัดประชุมสัมมนาศูนย์การเรียนรู้และนักวิจัยฐานข้อมูล สะท้อนข้อมูล

๙.     จัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานศูนย์เรียนรู้  รูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๑๐. จัดทำเอกสารร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

๑๑. จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมครูภูมิปัญญาไทยคณะนักวิจัยผู้ช่วยนักวิจัย

๑๒.           เสนอรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ส่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ในการศึกษาจะประกอบไปด้วย

       ๑.  ศึกษาจัดทำฐานข้อมูล ประกอบด้วย

๑.๑  ประวัติครูภูมิปัญญาไทย

๑.๒ ประวัติศูนย์การเรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทย

๑.๓  หลักสูตรของศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

๑.๔  การประสานงานและการติดต่อศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

๑.๕  จัดเก็บองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของครูภูมิปัญญาไทยแต่ละสาขาทั้ง ๙ ด้าน

                       ๒.  ศึกษาและจัดทำมาตรฐานศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

                                                ๒.๑   ศึกษาองค์ประกอบของการจัดทำศูนย์เรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทย

                                                ๒.๓  ศึกษาและจัดทำดัชนีชี้วัดสู่เกณฑ์มาตรฐานศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

                                                ๒.๔  การพัฒนาตัวชี้วัดนำสู่จัดเกณฑ์มาตรฐานศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

       ๓.  ศึกษาวิธีดำเนินการของครูภูมิปัญญาไทยในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

                ๓.๑  ศึกษาวิถีชีวิตของครูภูมิปัญญาไทยที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

                ๓.๒ ศึกษาองค์ความรู้และประสบการณ์ของครูภูมิปัญญาไทยที่นำไปสู่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในแต่ละด้าน

                ๓.๓  ศึกษาผลการดำเนินชีวิตที่ผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติจากการใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีความพึงพอใจ

                ๓.๔ ศึกษาการนำองค์รู้ไปเผยแพร่จากการปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ครอบครัวและชุมชน

       ๔.    เพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทย

๔.๑  ศึกษาการดำเนินงานโดยมีหลักสูตรการเรียนรู้ของศูนย์การเรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทยที่นำไปสู่หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๔.๑  ศึกษารูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ของศูนย์การเรียนรู้ของครูภูมิปัญญาไทย

๔.๒ ศึกษาความต้องการของครูภูมิปัญญาไทยในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรณีศึกษา

๕.ปริมาณครูภูมิปัญญาไทย ครบทุกภูมิภาค/ด้าน ๙ ด้าน  รวมทั้งสิ้น  ๒๕ คน/ศูนย์ฯ

                ๔.  ระยะเวลาในการดำเนินงานวิจัย

                                ตั้งแต่พฤศจิกายน  ๒๕๕๓ - กันยายน  ๒๕๕๔  รวม  ๑๑  เดือน

                ๕. ขั้นตอนในการดำเนินงานวิจัย  

 

ที่

กิจกรรมของงาน

เป้าหมาย

หมายเหตุ

๑.

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นวางแผน

-จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมครูภูมิปัญญาไทย

-จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมทุกภาค

-จัดทำกรอบการทำงานวิจัย/คณะวิจัย

                                                                                        

ชี้แจงโครงการฯ/วางแผนการดำเนินงานวิจัย/จัดทำเกณฑ์การคัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยและศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

จัดทำเอกสารติดต่อศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

๑ วัน

มกราคม  ๒๕๕๔

๒.

ขั้นปฏิบัติการ

-จัดอบรม/สัมมนานักวิจัย

-จัดทำเอกสารและเครื่องมืองานวิจัย

อบรมทำความเข้าใจและกรอบการดำเนินงานวิจัย/วิธีวิจัย(ศึกษาเอกสาร/คัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยและศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย)

ดำเนินงาน ๒ วัน ๑ คืน

มกราคม  ๒๕๕๔

๓.

ขั้นปฏิบัติการ ๒

-จัดเก็บข้อมูลตามวัตถุประสงค์

 

 

ศึกษาเอกสาร/จัดเก็บข้อมูลทุกศูนย์ฯ ตามบริบทของภาคและจำนวนของครูภูมิปัญญาไทยของแต่ละภาค

กุมภาพันธ์๒๕๕๔-เมษายน ๒๕๕๔

๔.

-จัดเวทีสังเคราะห์ข้อมูล

 

-จัดทำเอกสารสรุปข้อมูลขั้นพื้นฐานจากเอกสาร

สัมมนานักวิจัยและศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

บันทึกข้อมูล

พฤษภาคม  ๒๕๕๔

๕.

ขั้นประเมินผลงานวิจัย

-จัดประชุมสรุปข้อมูลของแต่ภาค

๒วัน ๑ คืน

-วิพากษ์ข้อมูลครั้งที่ ๑ ของนักวิจัยและผู้ช่วยนักวิจัย

พัฒนางานวิจัย

ร่างงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

กรกฎาคม  ๒๕๕๔

๖.

ขั้นสรุปผลงานวิจัย

-จัดประชุมวิพากษ์ร่วมกับสมาคมครูภูมิปัญญาไทย

-จัดทำเอกสารสรุปข้อมูล

-นำเสนอผลงานวิจัยต่อสภาการศึกษา

ผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

กันยายน  ๒๕๕๔

เกณฑ์พิจารณาคัดเลือกศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

ให้แต่ละภาคพิจารณาดำเนินการดังนี้

๑. คัดเลือกครูภูมิปัญญาไทยที่มีศูนย์การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ภาคละ ๕  ศูนย์

๒.รวมทุกภูมิภาค  ๒๕ ศูนย์

๓. กระจายสาขาให้ครบ ๙ ด้าน

๔. จัดให้มีเวทีพิจารณาและสังเคราะห์ข้อมูลตามตารางที่กำหนดไว้

 

๖. งบประมาณ

๑.     ค่าใช้จ่ายเพื่อการประชุมของสมาคมครูภูมิปัญญาไทย

๒.    ค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดเก็บข้อมูลแต่ละศูนย์เรียนรู้ ศูนย์ละ ๓ วันดังนี้

-ค่าพาหนะ                   ๕,๐๐๐.-บาท

-ค่าเบี้ยเลี้ยง           ๗,๐๐๐.-บาท    

-ค่าที่พัก               ๖,๐๐๐.-บาท

-ค่าวัสดุอุปกรณ์           ๒,๐๐๐.-บาท

-ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ           ๒,๐๐๐.-บาท

รวมศูนย์ละ                   ๒๒,๐๐๐.- บาท

๓.  สนับสนุนและพัฒนาศูนย์เรียนรู้ละ     ๒๐,๐๐๐.-บาท

๔.  ค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงานตลอดโครงการฯ ดังรายการที่ระบุไว้ในหมายเหตุ

                                หมายเหตุ  การดำเนินงาน ๑ ศูนย์/นักวิจัย ๓-๔ คน

                โดยมีประมาณค่าใช้จ่ายดังนี้

๑. ส่งเสริมและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ละ ๒๐,๐๐๐.-บาท(๒๕:๒๐,๐๐๐.-)เป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐.-บาท

๒. ค่าใช้จ่ายในการดำเดินกิจกรรมภาคสนามของนักวิจัยศูนย์ละ

๒๒,๐๐๐.-บาท (๒๕:๒๒,๐๐๐.-)๕๕๐,๐๐๐.-บาท

๓. ค่าใช้จ่ายในการจัดการประชุม/สัมมนาและอบรมนักวิจัยจำนวน

  ครั้ง ๆ ๒๐๐,๐๐๐.-บาท (๓:๒๒๐,๐๐๐.-) ๖๖๐,๐๐๐.-บาท

๔.ค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการเอกสารและติดตามงาน ๑๕๐,๐๐๐.-บาท

๕. สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมครูภูมิปัญญาไทย ๑๐๐,๐๐๐.-บาท

รวมทั้งสิ้น  ๑,๙๖๐,๐๐๐.-บาท(หนึ่งล้านเก้าแสนหกหมื่นบาทถ้วน)

 

                ๗. ผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการ

๑.     ได้ฐานข้อมูลของครูภูมิปัญญาไทยและศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย

๒.    ศูนย์เรียนของครูภูมิปัญญาไทยมีมาตรฐานการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษา

๓.    ได้วิธีการดำเนินชีวิตของครูภูมิปัญญาไทยไว้เป็นกรณีศึกษาในการพัฒนาท้องถิ่นและการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๔.    ได้แนวทางการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยในการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามภูมิภาคต่าง ๆ

๕.    ได้แนวทางการนำภูมิปัญญาไทยเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในระบบ  นอกระบบและการเรียนรู้ตามอัธยาศัย

 

 

ลงชื่อ  .......................................ผู้เสนอโครงการ

(นายสมชาย  สมานตระกูล)

                                                                      อุปนายกสมาครูภูมิปัญญาไทยภาคตะวันออก

 

                                                                                ลงชื่อ........................................นายกสมาคมครูภูมิปัญญาไทย

                                              (นายอรุณ  ทิพยวงศ์)