หน้าแรก 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
38912 ครั้ง

การทำบ่อเลี้ยงปลา



                                                    การเลี้ยงปลาในบ่อดิน

                1.) กำจัดวัชพืชและพรรณไม้น้ำ ต่างๆ เช่น กก หญ้า ผักตบชวา ให้หมดก่อนโดยนำมากองสุมไว้ เมื่อแห้งนำมาใช้เป็นปุ๋ยหมักในขณะที่ปล่อยปลาลงเลี้ยง  ถ้าในบ่อเก่ามีเลนมากจำเป็นต้องต้องสาดเลนขึ้น โดยนำไปเสริมบริเวณที่ขุดดินที่ชำรุด หรือใช้เป็นปุ๋ยแก่พืชผัก ผลไม้ บริเวณใกล้เคียงพร้อมทั้งตกแต่งเชิงลาดและคันดินให้แน่นด้วย
                ควรกำจัดศัตรูพืช ของปลากินพืชได้แก่ ปลาจำพวกกินเนื้อ เช่น ปลาช่อน ปลาชะโด ปลาหมอ ปลาดุก นอกจากนี้ก็มีสัตว์พวก กบ เขียด งู เป็นต้น ดังนั้นก่อนที่จะปล่อย ปลาลงเลี้ยงจึงจำเป็นต้องกำจัดศัตรูดังกล่าวเสียก่อน โดยวิธีระบายน้ำออกให้เหลือน้อยที่สุด
                การกำจัดศัตรูพืชของปลา อาจใช้โล่ติ๊นสดหรือแห้ง ประมาณ
1 กิโลกรัมต่อปริมาณน้ำในล่อ 100 ลูกบาศก์เมตร โดยทุบหรือบดโล่ติ๊นให้ละเอียดนำลงแช่น้ำประมาณ 1-2 ปีบ ขยำโล่ติ๊นเพื่อให้น้ำสีขาวออกมาหลายๆ ครั้ง จนหมดนำไปสาดให้ทั่วบ่อ ศัตรูของปลาจะลอยหัวขึ้นมาภายหลังสาโล่ติ๊นประมาณ  30 นาที ใช้สวิงจับขึ้นมาบริโภคได้  ศัตรูปลาที่เหลือจะตายจมลงพื้นบ่อและจะลอยขึ้นในวันรุ่ง  ส่วนศัตรูจำพวกกบ เขียด งู จะหนีจากบ่อไป และก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยงควรทิ้งระยะไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อให้ฤทธิ์ของโล่ติ๊นสลายตัวหมดไปเสียก่อน
               
2.) การใส่ปุ๋ย โดยปกติ แล้วอุปนิสัยในการกินอาหารของปลาจะกินอาหาร จำพวกแพลงก์ตอนพืชสัตว์  เศษวัสดุเน่าเปื่อยตามพื้นบ่อ แหน สาหร่าย ฯลฯ ดังนั้น ในบ่อเลี้ยงปลาควรใช้อาหารธรรมชาติดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงต้องใส่ปุ๋ยลงไปละลาย เป็นธาตุอาหาร ซึ่งพืชน้ำขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ในการปรุงอาหารและเจริญเติบโต  โดยกระบวนการสังเคราะห์แสงซึ่งเป็นห่วงโซ่อาหาร อันดับต่อไป คือ แพงก์ตอนสัตว์  ได้แก่ ไรน้ำ และตัวอ่อนของแมลง ปุ๋ยที่ใช้ได้แก่มูลวัว ควาย หมู เป็ด ไก่ นอกจากปุ๋ยที่ได้จากมูลสัตว์แล้วก็อาจใช้ปุ๋ยหมักและฟางข้าว ปุ๋ยพืชสดต่างๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน
                อัตราส่วนการใส่ปุ๋ยคอก ในระยะแรกควรใส่ประมาณ
50-300 กก./ไร่/เดือน ส่วนระยะหลังควรลดลงเพียงครึ่งเดียว หรือสังเกตสีของน้ำในบ่อ และในกรณีที่หาปุ๋ยคอกไม่ได้ให้ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 15:15:15 ใส่ประมาณ 5 กก./ไร่/เดือนก็ได้ วิธีใส่ปุ๋ยถ้าเป็นปุ๋ยคอกควรตากให้แห้งเสียก่อนเพราะปุ๋ยสดจะทำให้มีแก๊ส จำพวกแอมโมเนียละลายน้ำมากเป็นอันตรายต่อปลา การใส่ปุ๋ยคอกใช้วิธีหว่านลงไปในบ่อโดยละลายน้ำทั่วๆ ก่อน ส่วนปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสดนั้นควรกองสุมไว้ตามมุมบ่อ 2-3 แห่ง โดยมีไม้ปักล้อมเป็นคอกรอบกองปุ๋ย เพื่อป้องกันมิให้ส่วนที่ยังไม่สลายตัวกระจัดกระจาย
               
3.) อัตราการปล่อยปลา อัตราการปล่อยปลาที่เลี้ยงในบ่อดินขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำอาหาร และการจัดการเป็นสำคัญ  โดยทั่วไปจะปล่อยลูกปลาขนาด 3-5 เซนติเมตร ลงเลี้ยงในอัตรา 1-3 ตัว/ตารางเมตร หรือ 2000-5000 ตัว/ไร่
               
4.) การให้อาหาร การใส่ปุ๋ยเป็นการให้อาหารแก่ปลาที่สำคัญมากวิธีหนึ่งเพราะจะได้อาหารธรรมชาติที่มีโปรตีนสูงและราคาถูก  แต่เพื่อเป็นการเร่งให้ปลาที่เลี้ยง  เจริญเติบโตเร็วขึ้นหรือถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงควรให้อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารสมบทด้วย เช่น รำ ปลายข้าว มีโปรตีนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เศษอาหารที่เหลือจากโรงครัวหรือภัตตาคาร อาหารประเภทพืชผัก เช่น แหนเป็ด สาหร่าย ผักตบชวาสับให้ละเอียด เป็นต้น อาหารสมทบเหล่านี้ควรเลือกชนิดที่มีราคาถูกและหาได้ง่าย  ส่วนปริมาณที่ให้ก็ไม่ควรเกิน 4 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปลาที่เลี้ยง  หรือจะใช้วิธีสังเกตจากปลาที่ขึ้นมากินอาหารจากจุดที่ให้เป็นประจำคือ ถ้ายังมีปลาออกมาออกันอยู่มาก  เพื่อรอกินอาหารก็เพิ่มจำนวนอาหารมากขึ้นตามลำดับทุก 1-2 สัปดาห์
                ในการให้อาหารสมทบมีข้อพึงระวังคือ ถ้าปลากินไม่หมด อาหารจมลงพื้นบ่อ หรือละลายน้ำมากจะทำให้เกิดความเสียหายหลายประการ  เช่น  เสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์ทำให้น้ำเน่าเสียเป็นอันตรายต่อปลาที่เลี้ยงและต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการสูบถ่ายเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ
               
การเลี้ยงปลาในบ่อดินแบบกึ่งพัฒนา
               
1.) เตรียมบ่อดิน โดยสูบน้ำเข้าบ่อให้ได้ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ใส่ปูนขาว 200 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยคอก 200 กิโลกรัมต่อไร่ ทิ้งไว้เป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติในบ่อซึ่งเป็นอาหารของปลา
               
2.) ปล่อยลูกปลา ขนาด 2-3 เซนติเมตริ จำนวน 5000 ตัวต่อไร่ ในระหว่างการเลี้ยงมีการเติมปุ๋ยคอก  200 กิโลกรัมต่อเดือน  เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติในบ่อให้อาหารเสริม เช่น ปลาป่น รำข้าว ปลายข้าว กากถั่วเหลือง  เป็นต้น ควรมีการเติมน้ำในบ่อปลาอย่างสม่ำเสมอด้วย
               
3.) เมื่อเลี้ยงครบ 5 เดือน จะได้ปลาขนาด 300 กรัม เริ่มให้ปลากินอาหารเม็ดระดับโปรตีน 25 เปอร์เซ็นต์ ในปริมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัวเป็นเวลา 1 เดือน
               
4.) ผลผลิต ได้ปลากินพืชเฉลี่ยขนาด 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม ผลผลิต 1.5-2 ตันต่อไร่ (ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง)